20 มิถุนายน 2555

Facebook มีหรือยัง?

พักการศึกษาเรื่องการใช้งาน Blog
และการสร้างรายได้ออนไลน์เกี่ยวกับ Affiliate Program 
เพื่อรีแล็กซ์และผ่อนคลายบ้าง ไม่ไหว...ไม่ไหว...สมองมึนตื้อ บีบคั้น และเออเรอร์
ต้องทำการรีสตาร์ทใหม่ เลยชะแวบไปดูวิธีการสมัคร facebook บ้าง
เพราะพรรคพวกชอบคะยั้นคะยอให้เปิดเฟซบุ๊คเรื่อย
ทั้งคนรู้จักก็มักถามว่า "มีเฟซหรือยัง?" "ทำไมไม่สมัครเฟซบุ๊คล่ะ?"

ผู้เขียนก็ผลัดผ่อนบ่ายเบี่ยงไปเรื่อย เพราะไม่อยากให้ชีวิตสาละวน
หรือเสพติดการออนไลน์ให้มากเกิน แค่ MSN ยังต้องหลบออฟไลน์เลย
เมื่อเปิดสถานะออนไลน์ไว้ ถ้ามีใครทักมาก็ต้องตอบตามมารยาทที่พึงกระทำ
ซึ่งผู้เขียนมักแสดงสถานะ MSN แดงๆ ไม่ว่าง ยุ่งๆ ไว้ก่อน (แฮ)
แถมผู้เขียนยังติดพันเล่นเกมส์สงครามอย่างทราเวียน (Travian)
เกมส์อะไรนี่เล่นกันเป็นปี (ฮา) ยังไม่พอ...ไหนจะจับจดจับเจ่าดูกราฟเพื่อเทรด Forex อีก
ฟอเร็กซ์นี่ต้องให้ความสำคัญมากเลยเพราะเกี่ยวกับเงิน เปิดออเดอร์พลาดก็อาจเสียเงินโดยง่าย
หรือถึงขั้น "ล้างพอร์ต" เชียว

เดี๋ยวนี้ ผู้เขียนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองสถิตหน้าจอสี่เหลี่ยมมากขึ้น...มากขึ้น
ทุกวันนี้กลับกลายเป็นอ่านหนังสือกับหนังสือพิมพ์น้อยลง เจอผู้คนน้อยลง...
ขณะหันไปเสพข่าวสารเรื่องราวต่างๆ ทางอินเทอร์เน็ตมากขึ้น
โทรทัศน์กับเครื่องเล่น DVD ก็แทบไม่ได้เปิดใช้งาน เพราะสามารถหาดูหาฟังในอินเทอร์เน็ตได้ง่าย 
กระทั่งเขียนจดหมายหรือจดบันทึกก็ลืมเลือนเสียสิ้น ทั้งมือก็จับดินสอและปากกาน้อยลง
ด้วยเขียนอีเมล เขียนบล็อก หรือไปแสดงความคิดเห็นในกระทู้และเว็บบอร์ดต่างๆ ได้

สมัยนี้ เทคโนโลยีพัฒนาไปไกลและทะลุทะลวงไปถึงแทบทุกที่
เรียกได้ว่าก้าวตามติดชีวิตเราไปแทบทุกแห่งยังกับเงา ตามยันไปถึงห้องนอน ห้องน้ำ
ยิ่งในเมืองหลวง เหลียวซ้ายแลขวาไปทางไหนก็จะพานพบผู้คนจำนวนหนึ่ง
ต่างก้มหน้าก้มตากดโทรศัพท์มือถือบ้าง เล่นไอโฟน ไอแพด ไอพอด พิมพ์บีบี 
เสียบหูฟังเพลง เล่นเกมส์ แชทโปรแกรมโน่น สนทนาโปรแกรมนั่น
หรือจะแชร์ความคิดเห็น รูปภาพ และคลิป ผ่าน facebook อย่างสนุกสนานเพลินอุรา

ยุคนี้ ความสะดวกสบาย ความรวดเร็ว ความสดใหม่
และการอัพเดทเรื่องราวต่างๆ ให้คนอื่นๆ ได้รับทราบทั่วถึง
กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว โลกไซเบอร์ได้เชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน
โซเชียลเน็ตเวิร์กได้สำแดงบทบาทและพลังให้ประจักษ์แจ้งอย่างทรงอานุภาพ
ซึ่งส่งผลทั้งด้านบวกและด้านลบต่อคน สังคม และโลก ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง
โดยที่เราในฐานะผู้ใช้มีสิทธิ์เต็มที่ที่จะเลือกว่าต้องการแบบไหน
หวังผลเช่นไร ต้องการสิ่งใด และจะใช้งานเพื่ออะไร

Open Facebook หลังจากที่อิดออดเอื่อยเฉื่อยไม่อยากสมัครเฟซบุ๊ค
ในที่สุด ผู้เขียนก็มิอาจทนกระแสความแรง ความอยากรู้ และความจำเป็นได้
จึงลงทะเบียนสมัคร Facebook เหมือนคนอื่นๆ บ้าง เปิดใจเพื่อสัมผัสสิ่งใหม่ๆ
ด้วยอยากรู้ว่ามันเป็นยังไง ทำไมใครๆ ก็กล่าวถึงกันนักหนา บางคนถึงกับติดงอมแงม

...ในสังคมต่างประเทศมีงานวิจัยระบุว่าสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก อย่างเฟซบุ๊ค หรือทวิตเตอร์
ผู้ใช้ไม่ว่าหญิงหรือชายมีโอกาสจะกลับไปติดต่อกับแฟนเก่า
ซึ่งบางคนก็แค่พูดคุยสอบถามสารทุกข์สุกดิบ บางคนก็ติดต่อกันลับๆ 
จนทำให้เกิดปัญหาบานปลาย และท้ายที่สุดคู่สามีภรรยาก็หย่าร้างกันถึง 30%

ดร.จิตรา ดุษฏีเมธา ประธานโครงการศูนย์ให้คำปรึกษาและพัฒนาศักยภาพมนุษย์ 
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ (มศว)  กล่าวไว้ว่า
"ให้ทุกครอบครัว ไม่ว่าจะเป็นคู่สามีภรรยา หรือพ่อแม่ลูก 
ต้องสร้างความสัมพันธ์กันแบบสดๆ พูดคุยกัน และอยู่กับปัจจุบัน
สร้างอารมณ์ความรู้สึกที่เป็นจริงขึ้นมา สนใจบุคคลที่อยู่ใกล้ตัวเราให้มากกว่าบุคคลที่อยู่ไกลตัว
ซึ่งอาจจะไม่มีความสำคัญกับเราเลยก็ได้  มีคนจำนวนไม่น้อยมีความสุขและพูดคุยกับเพื่อนใหม่
แฟนเก่าในสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก เราสร้างขึ้นมาแบบฝันๆ จริงบ้าง ฝันบ้าง
ทำให้ตัวเองดูดีบ้าง การสร้างความรู้สึกไม่ได้สร้างขึ้นจากความเป็นจริง
เราสร้างความรู้สึกจากความคิด แต่ไม่ได้สร้างอารมณ์ความรู้สึกจากของแท้ที่เรามีอยู่ในตอนนั้น
หรือรู้สึกอยู่ในขณะนั้น แม้เฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์ จะทำหน้าที่เสมือนไดอารี่ส่วนตัว
แต่มันก็เป็นไดอารี่สาธารณะ บุคคลในเครือข่ายสามารถเข้ามาดู
และเห็นเราพูดคุยกับใครต่อใครได้ตลอดเวลา การพูดคุย การใช้คำพูดจึงต้องระมัดระวัง
และไม่ควรจะให้เฟซบุ๊ก หรือทวิตเตอร์เข้ามามีอิทธิพลกับชีวิตจนไม่เล่น
หรือไม่เข้าไปทักทายเพื่อนๆ แล้วเกิดความหงุดหงิด หรือไม่มีความสุข
เพราะนั่นหมายถึงคุณกำลังมีอาการติดสังคมโซเชียลเน็ตเวิร์ก"

.